สรุปเรื่อง Microbiome ตามที่เราเข้าใจ

สรุปเรื่อง Microbiome ตามที่เราเข้าใจ

หลังจากที่ได้รับสกินแคร์และข้อมูลของ Lancome New Advanced Genifique เมย์ก็เกิดความสนใจทันที แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความสับสน เพราะไม่เข้าใจ

เมย์คิดว่าตัวเองเข้าใจใน Concept ของ Microbiome นะ แต่ไม่เข้าใจว่าส่วนผสมในสกินแคร์ตัวไหน คือ Microbiome จนกระทั่งได้เจอบทความของคุณปูเป้ Pupe_So_Sweet

โดยเมย์เขียนบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อสรุปความเข้าใจและเก็บไว้ทบทวนเรื่อง Microbiome ให้ตัวเองนะคะ คล้ายกับการทำสรุปสมัยเรียน ดังนั้น ถ้าใครสนใจและอยากอ่านข้อมูลฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่ Link ข้างล่างค่ะ

‘Microbiome’ The Future of Skincare

Microbiota

(ไมโครไบโอดะ) คือจุลินทรีย์ในร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส ยีสต์ หรือรา

Microbiome

(ไมโครไบโอม) คือการศึกษาเกี่ยวกับรหัสพันธุกรรมของ Microbiota และความสัมพันธุ์กับรหัสพันธุกรรมของมนุษย์

ในแต่ละพื้นที่บนร่างกายเรา จะเอื้อต่อการอาศัยและเติบโตของจุลินทรีย์ต่างชนิด และต่างสายพันธุ์ จุลินทรีย์ที่มาศัยแล้วไม่ทำให้เกิดโรคจะได้ครอบครองพื้นที่นั้นไป

ทำหน้าที่ป้องกันจุลินทรีย์สายพันธุ์อื่น หรือสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคมาก่อกวน โดยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำรงอยู่ของตัวเอง ขัดขวางการดำรงอยู่ของสายพันธุ์อื่น

จุลินทรีย์มีทั้งตัวร้ายที่ก่อให้เกิดโทษ และตัวดีที่ก่อให้เกิดประโยชน์ เช่น จุลินทรีย์ในระบบลำไส้ ทำให้เราขับถ่ายง่าย ดีต่อสุขภาพ

Probiotics

คือ จุลินทรีย์ชนิดดี (ที่มีชีวิต)

Prebiotics

คือ สิ่งที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์ (ที่ดี)

Microbiome ของแต่ละคนมีความแตกต่างหลากหลายมากน้อยไม่เหมือนกัน แถมยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ สิ่งที่เราสัมผัส สิ่งที่เรากิน และอื่น ๆ

ยาปฏิชีวนะ เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หากใช้มากเกินไป หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้จุลินทรีย์ที่ไม่ดีตายแล้ว ยังทำลายจุลินทรีย์ที่ดีไปด้วย

พอจุลินทรีย์ดี ๆ ตาย ก็ไม่มีใครคอยดูแลความสมดุลย์ของพื้นที่นั้นให้เรา อาจทำให้เกิดโรค หรือติดเชื้อจากจุลินทรีย์อื่น ๆ ที่เข้ามาใหม่

สะอาดมากไปก็ไม่ดี อาจจะทำให้ Microbiota ไม่สมดุลย์ ดูแลปกป้องเราได้ไม่เต็มที่ แต่อยู่ดี ๆ จะพุ่งเข้าหาจุลินทรีย์ หรือความสกปรกมาก ๆ เลยก็ไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรระบบภูมิคุ้มกันของเราก็ต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้และพัฒนา

หากจุลินทรีย์บนผิวหนังของเราเสียสมดุล ผิวของเราจะอ่อนแอ ระคายเคือง แพ้ง่าย หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังได้ ดังนั้น Microbiota เป็นเหมือนเกราะป้องกันผิวอีกชั้นนึง ไม่ให้เชื้อโรคที่ไม่ดีเข้ามาทำร้ายผิวเรา แถมยังช่วยเทรนระบบภูมิคุ้มกันของผิวเราให้แข็งแรงขึ้นด้วย

คนที่แข็งแรงจะมีความแตกต่างหลากหลายของ Microbiota มากกว่าคนที่ไม่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพและผิวพรรณ ดังนั้น ความหลากหลายของ Microbiota ก็เป็นตัวชี้วัดสุขภาพ (ผิว) อีกอย่างหนึ่ง

การใช้ Probiotics คือ จะต้องนำจุลินทรีย์ที่มีชีวิตไปยังพื้นที่นั้นและหวังให้มันเจริญเติบโตอยู่ได้ เหมือนนมเปรี้ยว โยเกิร์ต และกิมจิ แต่สกินแคร์และเครื่องสำอางไม่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตได้ เพราะจะทำให้เน่าเสียได้ง่าย

และต่อให้เกิดการพัฒนาเป็นสกินแคร์ Probiotics สด ก็ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน เนื่องจากแบคทีเรียในแต่ละพื้นที่ของแต่ละคน ต่างชนิดและต่างสายพันธุ์กัน ดังนั้น

ส่วนผสม Probiotics ในสกินแคร์ไม่มีจริงด้วยข้อจำกัดของการทำสกินแคร์เอง

ถึงแม้จะไม่มี Probiotics ในสกินแคร์ แต่เราก็ยังสามารถใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของยีสต์ แบคทีเรีย หรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดการหมักบ่มหลายตัว ก็พอช่วยได้เหมือนกัน

ส่วน Prebiotics ในสกินแคร์นั้นมีอยู่แล้ว เช่น แร่ธาตุ สารสกัดโปรตีน หรือเปปไทด์

เฮ้อออออ! รู้สึกโล่งและดีใจที่เข้าใจเรื่องนี้ได้ซะที 🙂